พายุฤดูร้อน มาแรง สลับอากาศเย็นวูบวาบ ก่อนกลับมาร้อนจัดอีก

สภาพอากาศช่วงวันที่ 18-22 มี.ค. 2568 มีความแปรปรวน จากมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรง ได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมทางด้านตะวันออกของภาคอีสาน โดยมวลอากาศเย็นยังมาเป็นระยะๆในช่วงฤดูร้อน ทำให้ภาคเหนือตอนบน ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคใต้ ยังมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบางแห่ง ต้องระวังพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าจนถึงสิ้นเดือนมี.ค. ระบุว่า หลังจากนั้นบริเวณประเทศไทยตอนบนจะอากาศเย็นลงถึง จนถึงวันที่ 22 มี.ค. จะมีความรู้สึกเย็นลงวูบวาบ เพราะเดิมมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยเฉพาะภาคอีสานจะลดลงมากกว่าภาคอื่นๆ 3-6 องศาเซลเซียส มีลมแรง ฝนน้อยลง แต่ยังมีเกิดฝนได้บ้าง

ส่วนบริเวณภาคใต้ และในอ่าวไทย อากาศจะคลายความร้อนลงได้บ้าง สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ต้องเฝ้าระวัง รักษาสุขภาพโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง อากาศแห้ง ลมแรง ระวังอัคคีภัย

นอกจากนี้ช่วงปลายเดือน 23-28 มี.ค. อากาศจะเริ่มกลับมาร้อนถึงร้อนจัดอีกครั้ง ลมใกล้ผิวพื้นเปลี่ยนกลับมาเป็นลมทิศใต้ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้เป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วง 29 มี.ค.-1 เม.ย. จากกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ต้องติดตตามอย่างต่อเนื่อง ฤดูร้อนปีนี้คาดว่าอากาศจะไม่ร้อนแรงเหมือนปีที่แล้ว จะมีฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อนมาสลับในบางวัน ต้องระวังพายุฤดูร้อน มาเร็ว แรง อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังออกประกาศฉบับที่ 8 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีผลกระทบบางพื้นที่ จนถึงวันที่ 20 มี.ค. โดยบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ในวันที่ 18 มี.ค.

หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

จังหวัด คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน วันที่ 18 มี.ค.

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและห่างฝั่งทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย.