วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี หลังวันเข้าพรรรษา 3 เดือนของพระสงฆ์เถรวาท และปีนี้ตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม 2567 เป็นวันที่พุทธบริษัทที่นับถือพระพุทธศาสนา พร้อมใจกันทำบุญกุศล ตามคติประเพณีที่เคยประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาแต่โบราณกาล เช่น การตักบาตรเทโว หรือเรียกว่า ตักบาตรดาวดึงส์
วันออกพรรษา เป็นวันสุดท้ายของพระภิกษุสงฆ์ ได้จำพรรษาครบกำหนดไตรมาส ตามพระพุทธบัญญัติ มีสิทธิ์จะจาริกไปพักค้างคืนที่อื่นได้ ไม่ผิดพระพุทธบัญญัติและยังได้รับอานิสงส์ 1.ไปไหนไม่ต้องบอกลา 2.ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด 3.ลาภที่เกิดขึ้นมีสิทธิ์รับได้ และ 4. มีโอกาสได้อนุโมทนากฐินและได้รับการขยายเวลาของอานิสงส์นั้นออกไปอีก 4 เดือน
วันออกพรรษา มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ” วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา” มีความหมายว่าพระภิกษุทั้งหลายทั้งพระผู้ใหญ่และพระผู้น้อย ต่างเปิดโอกาสอนุญาตแก่กันและกัน ให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ มีคำกล่าวปวารณาเป็นภาษาลี ว่า “สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ” แปลว่า “ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นหรือได้ฟังก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียเลยใหม่ให้ดี”
ส่วนพิธีกรรมของฆราวาส ในวันออกพรรษา มีการบำเพ็ญบุญกุศลต่าง ๆ เช่น การทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรม และการทำบุญ ซึ่งเป็นประเพณีที่นิยมเรียกว่า ” ตักบาตรเทโว” หนึ่งปีมีหนึ่งครั้ง หรือเรียกชื่อเต็มตามคำพระว่า “เทโวโรหนะ” แปลว่าการหยั่งลงจากเทวโลก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตักบาตรดาวดึงส์” ในวันขึ้น 15 เดือน 11 หรือวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ในการใส่บาตรด้วยอาหารหวาน อาหารคาว ข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มมัด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพิธีนี้.
ข้อมูล : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ