คืนวันที่ 7-8 ธ.ค. 2567 ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 611.76 ล้านกิโลเมตร
นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้จัดการศูนย์บริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏสว่างทางทิศตะวันออก สังเกตได้ด้วยตาเปล่า นานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตเห็น “ดวงจันทร์กาลิเลียน” ทั้ง 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด คัลลิสโต รวมถึง “แถบเมฆ” ที่สวยงามของดาวพฤหัสบดี และหากใช้กำลังขยาย 100 เท่าขึ้นไป จะสามารถเห็น “จุดแดงใหญ่” พายุหมุนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 1.3 เท่า ได้อย่างชัดเจน
สดร. เตรียมตั้งกล้องโทรทรรศน์หลากหลายขนาด จัดกิจกรรมชมดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี คืนวันที่ 7 ธ.ค. 2567 ในพื้นที่ 6 จุดสังเกตการณ์ทั่วประเทศ ไม่มีค่าใช้จ่าย

1. งาน “ดูดาวกลางกรุง” ลานอัฒจันทร์ สวนเบญจกิติ กทม. เวลา 17:00 – 22:00 น. 2. อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ เวลา 18:00 – 22:00 น. 3. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา เวลา 18:00 – 22:00 น. 4. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น เวลา 18:00 – 22:00 น. 5. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เวลา 18:00 – 22:00 น. และ 6. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา เวลา 18:00 – 22:00 น.