ระทึกซอยอินทามระ 29 ล่าอดีตนักมวย จับหมอเป็นตัวประกัน เมียคลั่งซ้ำ ปืนจ่อหัว ขึ้นรถตำรวจหนี

ไล่ล่าข้ามคืนยังไม่เจอตัว อดีตนักมวย หนีหมายจับ ถือปืนปีนเข้าบ้านหมอจับเป็นตัวประกัน ในซอยอินทามระ 29 ยิงขู่ตำรวจกว่าสิบนัดสุดระทึก ก่อนหนีหายลอยนวล จนเมียตัวเองคลั่งหนัก เอาปืนจ่อหัว เข้าไปในตึกร้างใกล้แยกสุทธิสาร ดอดขึ้นรถสายตรวจ 191 บังคับไปส่งแถววังน้อย วิ่งเข้าป่า เกลี้ยกล่อมอยู่นาน จนยอมมอบตัวในสภาพสะบักสะบอม มียาไอซ์ซุกในกางเกง

เหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 3 ต.ค. 2567 คนร้ายชายหัวเกรียน สูงประมาณ 180 ซม. สวมชุดลายพราง ถืออาวุธปืน บุกเข้าไปบ้านหลังหนึ่ง ซอยอินทามระ 29 แยก 1 ก่อนจับนายแพทย์ที่พักอาศัยในบ้านบริเวณชั้น 2 เป็นตัวประกัน และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปิดล้อม เจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว กลับมีการยิงปืนขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าสิบนัด แล้วหลบหนีไปในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.

จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายชื่อนายสันติ เจ๊ะอะหลี อายุ 39 ปี อดีตนักมวยค่าตัวหลักแสน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหสถาน และลักปืนพร้อมกระสุนปืนของเจ้านายที่เป็นเจ้าของค่ายมวย ในพื้นที่สน.เตาปูน ได้หลบหนีมากับภรรยา มาเช่าอพาร์ตเมนต์ใกล้บ้านเกิดเหตุ และขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวนายสันติ ได้ยิงปืนหลบหนีปีนเข้าไปบ้านหลังดังกล่าว มีผู้พักอาศัย 4 คน ซึ่งมีพ่อแม่และลูกชายเป็นนายแพทย์ทั้ง 2 คน  ทั้งหมดปลอดภัยไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ

เหตุการณ์ไม่จบเท่านั้น เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 4 ต.ค. 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งน.ส.พจนีย์ ภรรยาของนายสันติ หลบหนีเข้าไปในบ้านร้าง 2 ชั้น ริมถนนวิภาวดีรังสิตขาออกใกล้แยกสุทธิสาร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กม. ได้ใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะขู่จะทำร้ายตัวเอง คาดจากภาวะเครียดเรื่องสามี ถูกไล่ล่าจับกุม แม้ ”เฮียตี๋” เจ้าของค่ายมวยที่สามีเคยทำงาน พยายามพูดเกลี้ยกล่อม แต่ไม่เป็นผล

ต่อมาในเวลา 01.45 น. น.ส.พจนีย์ อยู่ในอาการเครียดจัดได้ใช้ปืนจี้ตัวเอง ก่อนวิ่งไปเปิดประตูหลังด้านซ้ายรถเก๋ง สายตรวจตำรวจ 191 ใช้ปืนจี้ตำรวจพลขับให้ขับไปจอดริมถนนธัญบุรี ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนถือปืนลงจากรถ วิ่งหลบหนีเข้าป่าข้างทาง กระทั่งเวลาประมาณ 05.40 น. ได้ปรากฎตัว ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาให้วางอาวุธปืน

เวลาผ่านไป 10 นาที ได้ยอมวางอาวุธปืน หลังเฮียตี๋ เจ้าของค่ายมวย เข้ามาพูดเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง และพบว่าน.ส.พจนีย์ ถูกเศษกระจกบาดส้นเท้าซ้ายเลือดอาบ และในกระเป๋ากางเกงมียาไอซ์ พร้อมอุปกรณ์การเสพ ส่วนนายสันติ ผู้เป็นสามีอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมให้ได้ตัวโดยเร็ว.